เหตุการณ์น้ำท่วม – ภัยแล้ง
-
ฝนตกหนักและน้ำท่วม:
ตั้งแต่วันที่ 6–7 กันยายน 2568 เกิดฝนตกหนักในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดสมุทรปราการ ต่อมาเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีฝนตกหนักจากภาคเหนือไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้เขื่อนเจ้าพระยาต้องระบายน้ำเพิ่มขึ้นถึง 2,000 ลบ.ม./วินาที ในวันที่ 12 กันยายน
-
ช่วงปลายเดือน (28–29 ก.ย.):
เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำล้นตลิ่งในหลายจังหวัด สาเหตุจากร่องมรสุมพาดผ่านตอนบนของประเทศ ร่วมกับอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่น “ตาปะฮ์” และพายุ “บัวลอย” รวมถึงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรง
-
พื้นที่ได้รับผลกระทบ:
-
ช่วงต้นเดือน (6–7 ก.ย.): กรุงเทพฯ (เขตพระนคร, ทวีวัฒนา), สมุทรปราการ (อ.เมือง)
-
ช่วงกลางเดือน: พระนครศรีอยุธยา (อ.บางบาล, เสนา) – น้ำล้นตลิ่งจากเขื่อนเจ้าพระยา
-
ช่วงปลายเดือน (28–29 ก.ย.): น้ำท่วมฉับพลันใน 11 จังหวัด ได้แก่:
-
แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, กำแพงเพชร, พิษณุโลก, หนองบัวลำภู, มหาสารคาม, สุรินทร์, นครราชสีมา, เลย, ปราจีนบุรี, สระแก้ว
-
-
-
ผลกระทบโดยรวม:
-
14 จังหวัดหนักสุด: พิษณุโลก, เพชรบูรณ์, พิจิตร, นครสวรรค์, อุทัยธานี, ชัยนาท, สิงห์บุรี, อ่างทอง, สุพรรณบุรี, พระนครศรีอยุธยา, ปทุมธานี, นครปฐม, ฉะเชิงเทรา, อำนาจเจริญ
-
รวม 56 อำเภอ 348 ตำบล 1,934 หมู่บ้าน
-
ประชาชนได้รับผลกระทบ: 72,032 ครัวเรือน (246,152 คน)
-
พายุ
พายุหมุนเขตร้อนที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย
-
พายุไต้ฝุ่น “ตาปะฮ์” (TAPAH):
ก่อตัวช่วงต้นเดือนก.ย. 2568 บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ/กลาง/ตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้วันที่ 6–7 ก.ย. มีฝนตกหนักในกรุงเทพฯ และสมุทรปราการ
-
พายุ “บัวลอย”:
ก่อตัวช่วงปลายเดือน โดยร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือเข้าสู่ศูนย์กลางพายุ ร่วมกับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน/อ่าวไทย ทำให้ฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายภาคระหว่างวันที่ 28–29 ก.ย. ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำล้นตลิ่ง
ฝน
หัวข้้อ 3
การกระจายตัวของฝน
-
ปริมาณฝนเฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ที่ 291 มม.
-
มากกว่าค่าปกติ ~17%
-
มากกว่าปีที่ผ่านมา
-
พื้นที่ตอนบนของประเทศมีฝน มากกว่าปกติ
-
พื้นที่ตอนล่าง (เช่น สุราษฎร์ธานี) มีฝน น้อยกว่าปกติ
-
-
การเปรียบเทียบรายปี (2559–2567):
ลักษณะฝนปี 2568 ใกล้เคียงกับปี 2564
ปริมาณฝนสะสม
- ฝนสะสมรวม: 1,334 มิลลิเมตร
-
เปรียบเทียบย้อนหลัง 5 ปี (2564–2567) และค่าเฉลี่ย 30 ปี:
-
มากกว่าค่าเฉลี่ย 30 ปี: +173 มม.
-
มากกว่าปีที่ผ่านมาทั้งหมด: +109 มม.
-
การกระจายตัวของอุณหภูมิ
-
ประเทศไทยมีอุณหภูมิเฉลี่ยในเดือนกันยายน 2568 ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาในเกือบทุกภาค
-
ยกเว้นภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ที่มีอุณหภูมิสูงกว่าปีก่อน
สถานการณ์น้ำ
สถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่
-
ปริมาณน้ำกักเก็บในเขื่อนขนาดใหญ่ทั่วประเทศ: 58,575 ล้าน ลบ.ม.
-
ปริมาณน้ำใช้การได้จริง: 35,033 ล้าน ลบ.ม.
-
มากกว่าปี 2563 (ปีที่เกิดภัยแล้งรุนแรง) ประมาณ 21,000 ล้าน ลบ.ม.
-
มากกว่าปีที่ผ่านมา ประมาณ 5,000 ล้าน ลบ.ม.
-
-
ปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนสะสมในเดือนกันยายน: 13,629 ล้าน ลบ.ม.
สถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา
-
ปริมาณน้ำกักเก็บรวม (สิ้นเดือน ก.ย. 2568): 18,127 ล้าน ลบ.ม.
-
น้ำใช้การได้: 11,431 ล้าน ลบ.ม.
-
เพิ่มขึ้นจากปีก่อนประมาณ 5,000 ล้าน ลบ.ม.
ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลัก (สิ้นเดือนกันยายน 2568)
|
ภูมิภาค |
สถานการณ์น้ำ |
|---|---|
|
ภาคเหนือ |
แม่น้ำปิง วัง ยม และน่านอยู่ในเกณฑ์ น้ำปานกลางถึงน้ำมาก มีน้ำล้นตลิ่งที่ 1 สถานีใน จ.พะเยา |
|
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ |
แม่น้ำชีและมูลอยู่ในเกณฑ์ น้ำปานกลางถึงน้ำมาก มีน้ำล้นตลิ่งในหลายสถานี |
|
ภาคกลางและตะวันออก |
แม่น้ำเจ้าพระยา ท่าจีน แม่กลอง และแควน้อย อยู่ในเกณฑ์ น้ำมาก มีน้ำล้นตลิ่งหลายสถานี |
|
ภาคใต้ |
แม่น้ำสงขลาและตาปีอยู่ในเกณฑ์ น้ำปานกลางถึงน้ำมาก |
สถานการณ์น้ำเค็มรุก
-
ค่าความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาที่สถานีสามเสน (ส.สามเสน) อยู่ในเกณฑ์ปกติ ตลอดเดือนกันยายน 2568
คาดการณ์
คาดการณ์ฝนล่วงหน้า
เดือนตุลาคม 2568
-
คาดว่าประเทศไทยจะมีฝนเฉลี่ย ประมาณ 205 มม.
-
มากกว่าค่าปกติ 48 มม. (หรือ เพิ่มขึ้น 31% จากค่าเฉลี่ย)
-
-
พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศจะมีฝน มากกว่าปกติ
-
ยกเว้นบางพื้นที่ของ:
-
ภาคเหนือ
-
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
-
ภาคใต้ฝั่งตะวันออก
ซึ่งจะมีฝน น้อยกว่าปกติ
-